บาร์แคมป์บางเขนครั้งที่ 3 #bcbk

วันนี้อากาศดี ฟ้าครึ้มเล็กน้อย ครั้งนี้มีจำนวนคนลงทะเบียนเกือบหลักพัน o_O ลงทะเบียนกันเยอะ แต่ดูเหมือนมาจริงๆ จะไม่ถึงจำนวนที่ลงทะเบียนไว้ (มั้ง) งานเริ่มจะใหญ่เท่าบาร์แคมป์กรุงเทพเข้าไปทุกปีๆ แจ่ม! แล้วก็เหมือนเป็นธรรมเนียมของบาร์แคมป์ไปแล้วหรือเปล่าที่ว่าจะแจกเสื้อฟรี ฮะๆ ขอบคุณทีมงานผู้จัดทุกคนนะครับ ลายสวยเหมือนเคย

แต่ผมว่ามันบางๆ ไปหน่อยนะ :S

บรรยากาศช่วงโหวตและช่วงเปิดงานครึกครื้นเลยทีเดียว

หัวข้อที่ผมเข้าฟังมีดังนี้ครับ

  • MOLOME ^o^ Infrastructure โดย @winggundamth
  • Make the Web "Faster" ทำไงให้เว็บเร็วส์ ตอน เว็บจ่าช้ามากเบยยย โดย @vinboxx
  • Bitsort (Quicksort using bitwise) โดย กันต์ ภิญโญ
  • Meet Django โดย @nuboat
  • Startup vs. Corporate - What's better? โดย @yodchin
  • สร้าง Startup ยังไงให้ VC ลงทุน โดย @boatnoy @thanaarmates @eduardo3r
  • Tech Startup Journey in MMORPG Style โดย @pearlesspbz

สรุปของแต่ละหัวข้อก็ตามข้างล่างนี้ครับ

MOLOME ^o^ Infrastructure โดย @winggundamth

MOLOME คือโปรแกรมบนมือถือสำหรับถ่ายรูปแล้วก็แชร์ มีจุดแข็งที่เด่นชัดคือมีโปรแกรมอยู่บนซิมเบี้ยน ทำให้ได้รับความนิยมในหมู่แพลตฟอร์มนี้ใน region หนึ่ง เช่น บราซิล เป็นต้น เรื่องที่มาพูดวันนี้จะเน้นส่วน Infrastructure ของ MOLOME ซึ่งใช้ Amazon Web Services (AWS) เหตุผลที่ใช้ก็เพราะว่า ถ้าเราจะตั้งเซิฟเวอร์เอง เราต้องไปเลือกซื้อเซิฟเวอร์เอง ทำอะไรเองหมด แต่ถ้าใช้ AWS เราสามารถเลือกสเปค เลือก Performance เองได้เลย สะดวกกว่ามาก และประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าเยอะ การจ่ายเงินก็จ่ายตามที่เราใช้งานจริง อีกเหตุผลหนึ่งที่เลือก AWS ก็เพราะต้องการให้เป็น Global ให้คนทั่วโลกได้ใช้ และต้องการ Infrastructure ที่มีประสิทธิภาพสูง มี Flexibility โดยเราสามารถสร้าง virtual machine ขึ้นมาได้เองผ่านหน้า Web มี Reliability สูง และสุดท้ายคือเรื่อง Scalability

วิธีที่ใช้ในการ scale ตัว Web server ก็ดูจากตัว CPU ถ้า CPU ทำงานเกิน 70% หรือค่าสูงสุดที่ตั้งไว้ เป็นระยะเวลาหนึ่ง ก็ให้สร้าง Web server ขึ้นมาเพิ่ม ตัวที่คอยมอนิเตอร์คือ CloudWatch และตัวที่จัดการสร้าง Web server ขึ้นมาคือ Amazon Machine Image (AMI) และ Web server ทั้งหมดนี้จะมี Elastic Load Balancing (ELB) คอยควบคุมจัดการโหลด และถ้า CPU ทำงานต่อกว่า 30% หรือค่าต่ำสุดที่ตั้งไว้ AMI ก็จะปล่อย resource และเอาตัว Web server ตัวที่สร้างขึ้นออก

ในส่วนของ database เราจะทำแบบเดียวกับ Web server ไม่ได้ เพราะข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตอนนี้ทำ replication กับ database อยู่ โดยจะให้ read จาก ตัว slave ได้อย่างเดียว เพราะถ้าเราให้ทั้ง read และ write กับ database เดียวกัน ที่ตัว master จะค่อนข้างอันตราย ข้อมูลอาจจะผิดพลาดได้

สุดท้ายก็พูดถึงในอนาคตว่า MOLOME จะทำอะไรบ้าง เช่น จะใช้ MongoDB หรือจะนำเอา Node.js มาใช้

Make the Web "Faster" ทำไงให้เว็บเร็วส์ ตอน เว็บจ่าช้ามากเบยยย โดย @vinboxx

สไลด์: http://goo.gl/4p9NG

ผู้พูดได้โชว์คำพูดของวิศวกรจาก Yahoo! ประมาณว่าถ้าลด HTTP request ได้ เว็บก็จะเร็วขึ้นมาก ซึ่งก็จริงที่ว่าถ้าปล่อยให้ request ไปที่ตัวเซิฟเวอร์เยอะๆ เว็บเราก็ต้องทำงานช้าลงอย่างแน่นอน ที่นี้การทำ Parallel downloads ก็สามารถทำให้เว็บทำงานได้เร็วขึ้นอีกเยอะ โดยเราจำเป็นที่จะต้องเข้าใจลำดับการโหลดของเว็บด้วย เช่น การโหลดสคริปโดยปกติจะโหลดเป็นลำดับจากบนลงล่าง ดังนั้นการวางตำแหน่งของสคริป เช่น CSS ควรจะเอาไว้ข้างบน (CSS สามารถโหลดพร้อมกันได้) เช่น เอาไว้ที่แท็ก head และเอา java script ไว้ทีหลัง เพียงเท่านี้เว็บเราก็เร็วขึ้นแล้ว

การมี cache ก็ทำให้เว็บเราไม่ต้องโหลดเยอะเกินความจำเป็น การใช้ CDN ก็มีประโยชน์อีกเช่นกัน เพื่อลดการโหลดของเซิฟเวอร์ และผู้ใช้ก็สามารถโหลดข้อมูลได้เร็วขึ้นอีกด้วย CDN ที่ใช้ฟรีก็เช่น CloudFlare

ต่อมาได้พูดถึง Tool ต่างๆ ที่ใช้ในการตรวจสุขภาพเว็บ ใช้ pingdom pagespeed webpagetest หรือจะใช้ของที่ Google มีไว้ให้ก็ได้ โดย pagespeed เป็น extension ของ chrome จะมี suggestion บอกถึงวิธี optimize ให้เราด้วย เจ๋งดี pingdom เป็นเว็บที่ใช้ทดสอบการโหลดของเว็บเราเมื่อมี request เข้ามา น่าสนใจดี เจ๋งไปอีกแบบ แล้วก็ตัว webpagetest ซึ่งจะทดสอบว่า ถ้าเรา optimize แล้ว เว็บเราจะโหลดได้เร็วแค่ไหน

และแล้วก็ถึงเวลาพักเที่ยง อาหารเที่ยงอร่อยเช่นทุกปี จัดหนักกันไปเลยทีเดียว ถ้าคำนวณแคลอรี่ก็คงเกือบพันอะ :'(

Bitsort (Quicksort using bitwise) โดย กันต์ ภิญโญ

เริ่มต้นด้วยการอธิบาย Quick sort ก่อน ว่ามีหลักการทำงานอย่างไร ส่วน Bitsort จะเริ่มจากการเรียงบิตแรกทางซ้ายสุดของเลขแต่ละตัวก่อน แล้วค่อยเลื่อนไปบิตที่ 2 ทำอย่างนี้ไปจนครบ ข้อมูลก็จะเรียงกัน เรื่องทำ bitwise น่าสนใจดีครับ ใช้เวลา O(nd) โดย n คือจำนวนข้อมูล และ d คือจำนวนบิต แต่ว่าอาจจะมีข้อเสียว่าถ้า d เยอะเกินไปจริงๆ ได้ สามารถนำไปประยุกต์กับการคำนวณอื่นๆ ได้อีกเยอะ ผมไม่ค่อยถนัดเรื่องการคำนวณโดยใช้ bitwise เท่าไหร่ ไม่ขอเขียนถึงอะไรมากละกันครับ 🙂

Meet Django โดย @nuboat

มาพูดเกี่ยวกับ Django (อ่านว่า จังโก้) พัฒนาโดยใช้ Python ทำให้การพัฒนาเว็บทำได้เร็วขึ้น และเว็บก็เร็วด้วย ในส่วนของ Django-Admin เป็นส่วนที่มีประสิทธิภาพมาก มีการเปรียบเทียบ PHP Ruby และ Python โดย e27 แสดงให้เห็นว่า Python จะมีประสิทธิภาพมากที่สุด เรียนรู้เร็วที่สุด Django ได้ทำส่วน Model View Controller (MVC) ไว้อย่างดี ผู้พูดได้ยกตัวอย่างโปรเจค blog มา แล้วอธิบายแต่ละส่วนให้ดูเป็นลำดับ

Django เป็น framework หนึ่งที่น่าเล่นดีครับ แนะนำๆ 😀

Startup vs. Corporate - What's better? โดย @yodchin

เริ่มต้นด้วยประสบการณ์ตรง เริ่มต้นจากการทำ Startup ที่อเมริกา แต่ดูท่าทางแล้วใช้ทุนเยอะ ก็เลยกลับมาเมืองไทยดีกว่า กลับมาก็ตั้งบริษัท Wongnai แล้วก็เป็นเจ้าของร้านอาหารและร้านเค้กอีกด้วย เนื้อหาหลักๆ จะเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียระหว่าง Corporate กับ Startup

ทางด้าน Corporate ก็จะได้รับเงินเดือน มี Benefits ให้ การกินข้าวกลางวันจะกินกันสบายๆ แต่เงินที่เราได้จะไม่ใช่เงินของเราจริงๆ เราทำดีแค่ไหน หนักมากขึ้นแค่ไหน ตัวเงินที่เพิ่มมาก็อาจจะไม่ใช่มาจากการทำงานของเราจริงๆ เงินจำนวนนั้นเกิดจากการประสานงานกันหลายส่วนด้วยกัน การหยุดงานเราจะไม่ค่อยเครียด ไม่มีผลกระทบต่อบริษัทเท่าไหร่

ส่วนทางด้าน Startup จะได้รับบ้างไม่ได้บ้าง แล้วแต่ผลงาน Benefits จะตามมาทีหลัง เพราะทุนอาจจะยังไม่ค่อยมี การพักกลางวันจะสั้นๆ ไม่ค่อยมีเวลากินข้าวเท่าไหร่เมื่อเทียบกับ Corporate ตัวเงินจะเป็นเงินของเราจริงๆ เราทำงานจริงๆ ได้เงินจากส่วนนั้นมาเต็มๆ การหยุดงานเราจะเครียด เพราะเหมือนกับว่าคนในทีมเราหยุดงานไป เค้าทำงานน้อยลง แต่เราทำงานเท่าเดิม โอกาสที่เราจะขาดทุนก็มีสูง

ข้อดีของ Startup คือ เราเป็นหัวหน้าตัวเราเอง ไม่จำเป็นต้องแต่งตัวเป็นทางการมาก จุดสำคัญของ Startup จุดหนึ่ง เราจะมีความฝันอย่างหนึ่งคือ เราสามารถเป็นเศรษฐีได้ภายในชั่วข้ามคืน อาจจะเรียกว่าเป็นการพนันก็ได้ แล้วก็สุดท้ายที่ Startup ทุกที่อยากจะทำก็คือจะ "Change the world." คือเราจะอยากทำอะไรสักอย่างที่ทำให้ผู้คนได้ใช้ ได้เปลี่ยนชีวิต หรือได้รับความสะดวกมากขึ้น

สร้าง Startup ยังไงให้ VC ลงทุน โดย @boatnoy @thanaarmates @eduardo3r

การที่จะไปถึงขั้นตอนที่เราจะเริ่มพูดคุยกับ Venture Capital (VC) ได้ เราควรจะต้องมีไอเดีย มี prototype มี business plan มีการนำออกไปให้ลูกค้าใช้จริงๆ ก่อน หลังจากนี้ VC ถึงจะเริ่มสนใจที่จะลงทุนใน product ของเรา สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ VC จะมองคือ product ของเรา ทีม และการตลาด ซึ่งการตลาดที่ดี ที่น่าสนใจ จะต้อง scale ได้

สิ่งที่ Startup ส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จคือ พวกนั้นจะทำได้แค่เปลี่ยน idea ไปเป็น prototype แต่จุดที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จได้ และน่าสนใจ น่าลงทุนจริงๆ คือ เราต้องทำให้ได้ถึง market product fit นั่นก็คือมีคนที่อยากจะใช้จริงๆ และใช้จริงด้วย

ผู้พูดแต่ละคนก็มาเล่าถึงประสบการณ์ fail ให้ฟังกัน ก็จะมี fail เพราะว่าไม่ได้สนใจลูกค้าจริงๆ และแนะนำให้แก้ปัญหาด้าน business ก่อนที่จะไปแก้ปัญหาด้านเทคโนโลยี ทางด้านกฎหมายก็อาจจะทำให้เรา fail ด้วยเช่นกัน ต้องระวังไว้ด้วย สุดท้ายการที่เราใส่แต่ feature ที่เราคิดว่าเจ๋ง ที่เราคิดว่าดี เป็นสิ่งที่ fail อย่างมาก

มี 3 คำถาม ที่เราควรจะถามตัวเราเองก่อน เพื่อจะได้ไม่หลงทาง

  1. Do I have a problem worth solving?
  2. Do I build something people really want?
  3. How can you accelerate growth?

Dropbox เป็นตัวอย่างที่ดีที่ทำ Lean Startup คือเค้าปล่อยวีดีโอออกมาก่อนที่ product จะออกมาจริง แล้วดูว่ามีใครสนใจบ้าง ก็ให้ subscribe เสร็จแล้วก็ค่อยๆ ปล่อยของออกมา รับ feedback นำไปปรับปรุง จนประสบความสำเร็จ ปัจจุบันนี้คอมพิวเตอร์เกือบทุกเครื่องก็ต้องมี Dropbox ลงไว้ มีหลายบริษัทพยายามจะ product คล้ายๆ Dropbox แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่า

Tech Startup Journey in MMORPG Style โดย @pearlesspbz

การทำ Startup เรียกได้ว่าเป็นการเดินทางอย่างหนึ่ง เอาไปเปรียบเทียบกับเกม Ragnarok พอเราเกิดมา เราก็ต้องเป็น Novice ก่อน (เช่น เป็นพนักงานบริษัท) Skill tree ในเกมก็เหมือนกับ Skill tree ในการทำงาน เช่น HTML แตกลงมาเป็น CSS PHP หรือ HTML5 และจาก PHP ก็แตกลงไปได้อีกเป็น Code Igniter หรือ Yii framework ผู้พูดได้แนะนำว่าเราควรจะฝึกให้เป็นลำดับขั้น พื้นฐานต้องแน่น Job tree ในเกมก็สามารถนำมาเปรียบเทียบในชีวิตจริงได้

ขั้นตอนต่อไป ในการทำ Startup เราควรจะมีทีม เหมือนกับในเกมที่เราควรจะมีปาร์ตี้ร่วมเดินทาง เก็บเลเวล NPC ในเกมก็เปรียบได้กับ Business consultant สิ่งที่เราจะได้คือได้รับคำปรึกษาต่างๆ เกี่ยวกับการทำธุรกิจ หลักๆ คือเรื่อง business model นั่นเอง

หลังจากพูดเรื่อง Business model ก็มาต่อที่ Lean model โดยจะทำ build ต่อด้วย measure แล้วก็ต่อด้วย learn 3 ขั้นตอน แล้วย้อนกลับไป build ใหม่ ทำแบบนี้วนไปเรื่อยๆ

มี Business tools ที่แนะนำคือ mockflow, dropbox, asana, evernote, googel apps, wave accounting, skype, thunderbird หนังสือแนะนำก็ The Lean Startup และ Agile Coaching แล้วก็แนะนำกลุ่มใน facebook งาน event ต่างๆ ที่ควรจะไปเข้าร่วม

ในการทำตลาดจะมีวิธีวิเคราะห์เช่น SWOT analysis เอาไว้ดูว่าเรารู้จักตัวเราเองดีแค่ไหน มีประโยชน์มาก เรื่องเทรนด์ก็เป็นอีกเรื่องที่เราจำเป็นต้องรู้ ณ ปัจจุบัน เทรนด์คือ SOLOMO (SOcial LOcal MObile) และอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญมากคือ เราต้องรู้ว่าตลาดต้องการอะไร ผู้ใช้ต้องการอะไร เราไม่ได้ทำให้เราใช้เองคนเดียว

แล้วก็ปิดท้ายหัวข้อนี้ไว้ว่า Game online ตายแล้วกลับจุดเซฟได้ Startup เจ๊งแล้วก็ลุกขึ้นมาสู้ใหม่ได้เหมือนกัน!

ขอขอบคุณทีมงานอีกรอบครับ ปีหน้าจัดอีกนะ 😀

Author: zkan

Soon to be a newbie data scientist. I ♥ machine learning, computer vision, robotics, image processing, data visualization, and data analytics.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *