Barcamp Bangkok: OpenData "เปิดข้อมูลรัฐสู่สาธารณะเพื่อทุกคน"

มีโอกาสไปงาน Barcamp Bangkok: OpenData มาเมื่อวันที่ 5 มี.ค.​ ที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้เป็นวัน International Open Data Day ด้วยนะ ที่เมืองไทยเราจัดมาเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ครั้งนี้มาแบบพิเศษหน่อยคือจัดร่วมกับ Barcamp Bangkok โดยตอนเช้าจะเป็นช่วงเสวนา "การเปิดเผยข้อมูล: พลังขับเคลื่อนรัฐบาลโปร่งใส" มีคอนเซ็ปหล่อๆ ว่า Data for All แปลเป็นไทยงามๆ คือ "เปิดข้อมูลรัฐสู่สาธารณะเพื่อทุกคน"

Barcamp Opendata Backdrop

Continue reading "Barcamp Bangkok: OpenData "เปิดข้อมูลรัฐสู่สาธารณะเพื่อทุกคน""

ทำความรู้จักกับ Mean Shift Clustering

พอพูดถึงการจัดกลุ่มข้อมูล (Clustering) อัลกอริธึ่มที่คนส่วนใหญ่นึกถึงก็น่าจะเป็น k-means clustering ซึ่งโดยตัวมันเองแล้วเป็นอัลกอริธึ่มที่เข้าใจได้ง่าย มีประสิทธิภาพ ใช้กันแพร่หลาย แต่ก็มีข้อเสียอย่างหนึ่งคือเราจำเป็นต้องรู้จำนวนของกลุ่มข้อมูล (จำนวน cluster) หรือค่า k ก่อน บทความนี้จะมาแนะนำอัลกอรึธึ่มสำหรับการจัดกลุ่มข้อมูลอีกตัวหนึ่งแบบคร่าวๆ ที่มีชื่อว่า Mean shift ครับ

Continue reading "ทำความรู้จักกับ Mean Shift Clustering"

Thailand Big Data User Group #1

จัดโดย อ.​ Thanachart Numnonda ที่ Q.House ลุมพินี วันที่ 9 ม.ค. 2558 มีผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Big Data มาร่วมด้วยคือ John Berns กับ Axel Winter มาร่วมวงด้วย งานนี้เกิดขึ้นค่อนข้างกะทันหัน แต่ก็จัดออกมาได้ดี อ. คุมเวลาได้น่าประทับใจมาก (ปกติงานแบบนี้จะลากยาว) จากที่ออกจากกะลาไปนั่งฟัง เขียนออกมาตามความสนใจส่วนตัวได้ตามนี้

  • Hadoop จากเวอร์ชั่น 1.x ไปเวอร์ชั่น 2.x มีการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก เปลี่ยนไปแบบยกเครื่อง เวอร์ชั่น 1.x นั้นเวลาทำอะไรกับข้อมูลที่ Hadoop Distributed File System (HDFS) จะต้องผ่านส่วน MapReduce ก่อน แต่เวอร์ชั่น 2.x จะมี YARN มาทำหน้าที่เป็น Cluster Resource Management ทำให้อะไรๆ ก็ไม่ต้องขึ้นอยู่กับส่วนของ MapReduce อีกต่อไป ลองดูภาพข้างล่าง

    Hadoop Stack
    Hadoop Stack (credit: annovate.blogspot.com)
  • Hadoop ทั้งสามารถเป็นทั้ง Data Storage และสามารถนำไปใช้ประมวลผลได้ด้วย การใช้ Hadoop นั้นสามารถลดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างมาก ถ้าเทียบกับการเก็บข้อมูลแบบปกติ แต่ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือ Cloud Storage อย่าง S3 ของ AWS Amazon ยังคงมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า -- มาถึงตรงนี้ก็เกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า แล้วเราจะเลือกใช้อะไร? ระหว่างจะตั้ง Hadoop Cluster เอง หรือว่าไปทำบน AWS Amazon ลองอ่านความคิดเห็นจาก What are the advantages of Amazon EMR, vs. your own EC2 instances, vs. running Hadoop locally? ดู จริงๆ แล้วมันก็ trade-off กันเนอะ การคำนึงถึง long-term solution ของธุรกิจของเราให้มากๆ แล้วก็การลองผิดลองถูกอาจจะช่วยตัดสินใจได้
  • Apache Drill เป็นตัวที่เกิดมาใหม่ คล้ายๆ Hive คือ เป็น Query Engine เหมือนกัน แต่มีความสามารถอย่างหนึ่งคือ Schema Discovery On-The-Fly นั่นคือเราไม่ต้องกำหนด Schema ให้กับข้อมูลก่อนเหมือนอย่าง Hive ซึ่งแน่นอนว่าฝ่าย Business สามารถย่นระยะห่างระหว่างตัวเองกับข้อมูลมากขึ้น ทำให้ Agile มากขึ้น แล้วก็ช่วยลดภาระทางฝั่ง IT ด้วย (ถ้าเป็น Hive ฝั่ง IT อาจจะต้องช่วยกำหนด Schema ให้)
  • Query Engine หมายความว่า Query อย่างเดียว 🙂 ไม่มี INSERT UPDATE หรือ DELETE
  • ตอนท้ายเป็น Open Discussion มีการอ้างถึง Use Case ต่างๆ บริษัทต่างๆ มีการปรับเปลี่ยนอย่างไรให้ทัน Technology ที่เกิดขึ้นใหม่มาแทบทุกวัน การตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับข้อมูลแล้ว ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับการมโนหรือการวางแผนเอาเอง เราอาจจะต้องลงทุนกับเวลาที่เสียไปเพื่อเลือก Technology ที่ใช่
  • มีการอ้างถึงคำพูดของ Amr A. Awadallah, CTO ของ Cloudera ว่า "Data goes to tape archives to die." สื่อออกมาประมาณว่า ข้อมูลที่โดน Archive ไปแล้ว จะค่อนข้างยาก หรืออาจจะมีค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเงินหรือเวลา ที่จะดึงกลับมาใช้งานหรือ Query ขึ้นมาได้อีก
  • เมื่อก่อน เนื่องด้วยข้อจำกัดทางด้านต่างๆ เวลาเราจะประมวลผลทางสถิติ หรือพัฒนาอัลกอริธึม Machine Learning ขึ้นมา เราจะ Sampling ข้อมูลมาแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเพื่อมาแทนข้อมูลทั้งหมด แต่จะดีกว่าเยอะมากๆ ถ้าเราสามารถเอาข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผลได้ ซึ่งสมัยนี้สามารถทำได้แล้ว Hadoop เป็น Technology หนึ่งที่ทำให้เราทำแบบนั้นได้
  • การเลือก Partner มาช่วยเรา ให้เลือก Partner ที่สามารถแนะนำเราได้ว่าอะไรคืออะไร แนะนำข้อดีข้อเสียได้ แต่อย่าไปเลือก Partner ที่มาบอกให้เราทำอะไร ซึ่งธุรกิจของเรา ข้อมูลของเรา ตัวเราเองเท่านั้นที่รู้ดีว่าควรจะทำอะไร
  • เทรนด์ในประเทศไทย ณ​ ตอนนี้ บริษัทต่างๆ เริ่มมีการนำ Hadoop เข้ามาใช้งานแล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังใช้แค่เพื่อเก็บข้อมูลอยู่
  • ถ้าอยากเริ่มต้นศึกษาเรียนรู้ใช้แค่ Virtual Machine ก็สามารถเริ่มต้นได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องรอให้มี Cluster จริงๆ เสียก่อน

จริงๆ มีเยอะกว่านี้แต่คงเขียนไม่ได้ออกมาหมด ใครสนใจลองเข้าไปติดตามเฟสบุคเพจ IMC Institute ต่อนะ ได้ยินมาว่าสไลด์ในงานจะโพสต์ไว้ที่นั่นครับ

ข้อสังเกต ในงานนี้ผมได้ยินคำว่า "Agile" บ่อยมาก ทั้งๆ ที่ไม่ใช่งาน Agile คำๆ นี้มันไปอยู่ทุกหนทุกแห่งจริงๆ 🙂

บางส่วนของบทสัมภาษณ์ Justin Moore หนึ่งในทีม Data Science ที่ Facebook

ตัดมาจากบทความของ VentureBeat ที่เค้าได้ไปสัมภาษณ์ Justin Moore (Data Science Manager ในทีม Places ที่ Facebook) และได้ถามว่า ที่ Facebook คุณจำเป็นต้องมีความรู้ความสามารถอะไรบ้างที่จะเป็น Data Scientist ได้ ลองไปดูคำตอบกัน

Eric Blattberg: What skills do you need to be a data scientist at Facebook?

Justin Moore: You need to have really strong math skills, the ability to pick up statistics, and whatever else you need to be a strong software engineer. It’s the same interview process: You’re basically a software engineer, which we have a very high bar for here. You also need to have a product sense: You need to be someone who can not only just write algorithms, you need to know why, to figure out when somebody says that something is a problem, to say, ‘This is what I think we should do from an algorithmic perspective to solve that problem.’

ผมใช้สีแดงเพื่อเน้นประโยคที่เป็นการตอกย้ำว่าความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์และความสามารถในการเอาความรู้ทางด้านสถิติมาใช้เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากถึงมากที่สุดในการทำงานด้านนี้

อ่านบทสัมภาษณ์นี้จบค่อยมีแรงกระตุ้นให้ขยันขึ้นอีกระดับหนึ่งหน่อย ความรู้ด้าน Math & Statistics ของเรายังอ่อนด้อยนัก..

 

Elasticsearch คืออะไร?

เนื่องจากที่บริษัทกำลังจะก้าวเข้าสู่โลก Big Data (จริงๆ เข้ามานานแล้วแหละ แต่เริ่มจะมีโอกาสได้ใช้ประโยชน์จากมัน) ช่วง 3-4 วันที่ผ่านมานี้ก็เลยมีโอกาสได้ลองแตะๆ Elasticsearch อยู่บ้าง จริงๆ มีอีกตัวหนึ่งที่คิดไว้คือ Solr แต่ส่วนตัวแล้วชอบชื่อ Elasticsearch มากกว่า ดูหล่อกว่า เลยเริ่มศึกษาจาก Elasticsearch ก่อน

Continue reading "Elasticsearch คืออะไร?"